泰国短篇小说《Don't kick the chair 别自寻短见啊》中字完结

天府泰剧 2018-12-01 13:27:48

Don’t kickthe chair

别自寻短见啊

 


เลือดสีแดงเข้มจากต้นคอสาดกระจายเต็มพื้นห้องใบมีดตัวการร่วงหล่นลงพื้นร่างกายผมโรยรินกำลังจะสูญสิ้นลมหายใจกลไกลร่างกายกระเสือกกระสนหอบหายใจเอาอากาศเพื่อพยุงให้ร่างกายอยู่รอดนานกว่านี้อีกหน่อยตามสัญชาตญาณการอยู่รอดของมนุษย์

深红色的血从脖子上溅到地板,刀落在地上,我身体里的气息正在消散。出于生存的本能,我意识模糊挣扎地喘息着,以支撑着我能有机会存活得更久一点。

 

ยังตายไม่ได้

还不能死。

 

แต่จะอยู่ไปเพื่ออะไร

但活着是为了什么?

 

ผมล้มลงหลับตาลมหายใจจากเคยหอบสั่นกำลังแผ่วลงทุกวินาที

我倒下去,闭上眼,我的喘息正在一秒一秒地微弱下去。

 

หลับตาเถิด...แล้วเราจะได้หลุดพ้นเสียที

闭上眼吧…然后我就可以解脱了! 

...

ผมลืมตาขึ้นมาเพราะนาฬิกาปลุกที่หวีดร้องลั่นห้องบ่งบอกว่าวันพรุ่งนี้มาถึงแล้วผมนอนแผ่ให้เสียงน่ารำคาญดังอย่างต่อเนื่องเพื่อพักหายใจใบหน้าหงายขึ้นมองเพดานห้องมีแสงยามเช้าเล็ดรอดมาจากม่านที่คลุมหน้าต่างเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วแสดงถึงโลกที่หมุนไปตามกาลเวลาปกติ

我睁开眼睛,响彻房间的钟声唤醒了我,代表着第二天已经到来。为了保持呼吸,我平躺着,让这令人厌烦的声音不断响着。我的脸朝着天花板,晨光穿过窗帘,鸟儿啼鸣,显示着这个随着时间的推移而旋转的世界还在运作中。

 

พรุ่งนี้มาถึงแล้ว

已经到了第二天。

 

และกลายมาเป็นคำว่าวันนี้

然后又变成了“今天”。

 

ส่วนคำว่าพรุ่งนี้ก็จะไม่มีอยู่จริงต่อไป

至于明天,将不复存在。

 

ผมเอื้อมตัวไปปิดเสียงปลุกจากนาฬิกาเพื่อกลับมานอนคิดถึงฝันเมื่อคืนอีกครั้ง...หรืออันที่จริงน่าจะเรียกว่าเป็นฝันในยามเช้ามากกว่า

我伸手关掉了闹钟,想再次入睡,想到晚上做的梦…或者说是早上的梦。 

 

เขาว่าฝันในช่วงใกล้เช้ามักจะเป็นจริง

人家说临近早晨的梦常常会变成真的。

 

ถ้าเช่นนั้นผมภาวนาให้มันเป็นจริงตามที่เขาว่าทีเถอะ...

如果是这样的话,我祈求它像人家说的那样变成真的。

 

หายใจเข้า... เหนื่อยหน่ายกับชีวิตประจำวันซ้ำซากจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกเหี้ยๆวนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่มีทางออกสักที

吸气…厌倦了日复一日的生活,沉浸在糟糕的感觉中,像那样周旋其中,没有出路。

 

หายใจออก...ช่างแม่งเถอะ

呼气…去吧。

 

ยังหายใจอยู่นี่

还在呼吸着。

 

ผมยันตัวลุกจากเตียงเตรียมพร้อมกับกิจวัตรประจำวันน่ารำคาญนี่อีกครั้งและอีกครั้ง...

我从床上起来,一次又一次地准备开始那令人厌烦的日常生活。

 

ขาขวาก้าวออกจากหอพักพร้อมกับใบหน้าที่ปั้นยิ้มน่าคลื่นไส้ส่งยิ้มให้ใครต่อใครที่สบตาทำตัวราวกับเป็นพวกมนุษยสัมพันธ์ดีนักหนาผมเดินไปยังป้ายรถเมล์เพื่อรอรถเมล์มารับตัวไปยังบริษัทหรือที่ทำงาน

右腿迈出住处,脸上带着令人作呕的笑,把笑容送给所看到的人,让我像是有良好的人际关系一样。我朝着公交车站牌走去,等公交去公司或者上班的地方。

 

สถานที่ที่อุดมไปด้วยมิตรภาพมากมายและไม่มีรอยยิ้มใดที่สามารถไว้วางใจได้เลย

充满友爱的地方,然而没有什么笑容能放在心上。

 

ผมรอรถเมล์อยู่ข้างถนนที่มีรถราวิ่งแล่นตัดถนนเต็มไปหมดบ้างวิ่งเร็วบ้างช้าส่วนใหญ่มักจะวิ่งเร็วกว่ากฎหมายกำหนดในชั่วโมงเร่งด่วนเช่นนี้สองขาผมก้าวออกไปยังถนนเดินไปกลางเส้นทางเพื่อรอให้มีรถสักคนที่พุ่งเข้ามาและเมื่อคนขับรถเห็นผมก็จะสายไปเสียแล้วที่จะเหยียบเบรกหรือหักพวงมาลัยไม่ให้รถสวยเข้าปะทะกับร่างเนื้อเน่าหนอน

我正在路边等车,车辆川流不息,有些快,有些慢,大多是跑得比规定的快。在车辆疾驰的时候,我的两条腿朝着马路走去,走到路中间,等着车冲过来,然后当开车的人看见我时踩刹车同时迅速打方向盘来避免冲撞,但是也迟了。

 

ร่างกายผมถูกแรงกระแทกบดขยี้กล้ามเนื้อและกระดูกบิดแตกไปคนละทางเส้นเลือดแตกไปทุกส่วนกระจายสาดออกมาจากร่างกายผมส่วนผมที่โดนแรงกระแทกก็จะปลิวจากจุดเดิมไปค่อนข้างไกลพร้อมกับตกลงมาเป็นร่างไร้วิญญาณหรือไม่ก็หายใจรวยรินแนบพื้นถนน

我的身体被猛地撞得粉碎,身上的每一处肌肉和骨头扭错开,每一条血管破裂,从我的身体里四散开来。我被猛地撞到,飞出离原来很远的地方,然后掉下来失去了意识,气息奄奄地躺在地上。

 

...รถเมล์มาแล้ว...

…公交车来了…

 

ผมเข้างานทันเวลาไม่ขาดไม่สายดังเช่นทุกทียกยิ้มให้กับพนักงานทุกคนในบริษัทและนอกบริษัทไม่ยอมให้เสียชื่อตำแหน่งผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีและร่าเริงสดใสที่สุดของทีมผมเอ่ยทักทุกคนที่เข้างานก่อนผมจนครบแล้วถึงได้นั่งลงประจำโต๊ะทำงานตัวเอง

我上班准时,每一次不早不迟,笑对公司内外的每一位员工,不愿败坏我在团队中好人缘和最开朗的名声。

 

เปิดแล็ปท็อปหยิบเอกสารมาหนึ่งแผ่นไล่อ่านระหว่างรอแล็ปท็อปทำงานเป็นอันเริ่มงาน

我打开笔记本电脑,拿起一份文件,在等待电脑运行的同时浏览网页,这就是我工作的开始。

 

ช่วงพักกลางวันเป็นเวลาที่อยากจะหนีออกไปให้พ้นจากโลกใบนี้มากที่สุดอยากย้ายไปอยู่ดาวอังคารเมื่อคิดว่าต้องมานั่งปั้นยิ้มให้กับใครต่อใครอีกครา

午休时间是我最想脱离这个世界的时候,每当想到我必须坐下来,一次次对别人假笑时,我就想搬到火星去,。

 

ชาวดาวอังคารจะมีที่เผื่อให้ผมหรือเปล่าผมที่มีเพียงร่างกายเปลือยเปล่าไร้ค่าและไร้ซึ่งเรื่องราวสนุกสนานในชีวิต

火星人有为我预留的地方吗?我只有一个毫无价值的肉体,过着缺乏乐趣的生活。

 

หนุ่มโสดอย่างผมไม่มีปัญหาหรือเรื่องราวอะไรมากมายมานั่งเล่าในวงโต๊ะอาหารจึงทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีพร้อมหัวเราะตามมุกตลกของใครสักคนหรือถ้ามีสักเรื่องให้เล่าก็คงไม่ใช่เรื่องสนุกหรือเรื่องที่ใครเขาอยากฟังกันหรอก

像我这样的小伙子,没有多少问题或故事可拿来在餐桌上讲。便作为一个好的听众,对某人讲的笑话牛皮报以一笑。即使我有什么要说的事,可能也不是有趣的事,或是他人想听的。

 

อาทิเช่นวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของแม่และอาทิตย์ต่อมาเป็นวันครบรอบวันตายของพ่อ

例如,今天是母亲的忌日,下周日是父亲的忌日。

 

หรือต้นปีก่อนผมต้องขายบ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่สมัยเด็กให้กับนายหน้าซื้อบ้านเพราะไม่มีเงินประทังชีวิตในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเลวร้ายเข้าขั้นบัดซบผมต้องหาเงินส่งเสียน้องสาวเรียนหนังสือก่อนเจ้าหล่อนจะเถลไถลไปท้องไม่มีพ่อจนต้องทำแท้งเถื่อน

或是,今年年初,我不得不把从小就住着的房子卖给房产中介,因为没有钱来维持生活了。在这个国民经济低迷的时期,我必须挣钱供我妹妹读书。之前她四处游荡,怀孕了孩子却没有父亲,以至于只能非法流产。

 

และเสียชีวิตในที่สุด

最后她死了。

 

หรือจะเอาเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆเมื่อแฟนสาวที่คบกันมานานก่อนกำลังจะตบแต่งเป็นภรรยาเมื่อปีที่แล้วท้องกับชู้และพากันหนีไปพร้อมกับหอบสมบัติผมไปด้วยส่วนหนึ่ง

或是,拿情情爱爱来说。我交往了很久的女朋友,在去年正要嫁作我的妻子前怀了情人的孩子,还带着我攒的一部分积蓄跑了。

 

เห็นไหมไม่มีใครอยากรู้หรอกว่าโลกนี้มันกำลังขดตัวเป็นเกลียวเชือกเพื่อมารัดคอผม

看见了吗,没有人有兴趣想知道,这个世界正拧成一股绳子来勒紧我的脖子。

 

ตราบใดที่ยังเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสก็จะไม่มีใครสงสัยต่อชีวิตของผมแต่ในใจก็ได้แต่หวังลึกๆให้โลกห่าเหวรัดคอให้ผมหายไปเสียที

只要是面带微笑,就没有人会猜疑我的生活。但在我心中,却深切地希望这糟糕的世界勒紧我的脖子,让我消失。

 

กลับเข้าเวลางานครานี้หัวหน้าผู้มีปัญหากับทุกอย่างในชีวิตกำลังมาลงอารมณ์ที่ลูกน้องผู้เจียมตัวอย่างผมเพียงเพราะคิดว่าตนสูงศักดิ์เป็นผู้อยู่บนยอดพีระมิดเบื้องบนและมีสิทธิ์เหยียบย่ำพวกมนุษย์ต้อยต่ำใต้บัญชา

回到工作的时候,这时生活中处处都有矛盾的领导者,正在打击像我这样安分守己的下属的感情。只是因为他们身处高位,是金字塔顶端的人,就有权践踏地位低下的人。

 

ลองเถียงกูสิเดือนนี้กูจะหักเงินเดือนมึงให้แม่งไปแดกข้าวกับหมาข้างเซเว่น

试着辩驳他吧,这个月他会扣你的月薪,让你像7-11旁的狗一样吃东西。

 

ครับ...ครับ...ทราบแล้วครับ

是了…是了…我知道了。

 

อันที่จริง...หมาข้างเซเว่นอาจจะมีชีวิตที่ดีกว่าผมก็ได้

事实上…7-11旁边的狗可能活得比我好。

 

เย็นวันนี้ผมทำโอทีเพราะถูกแก้งานตามคาดทุกคนในบริษัทกลับบ้านไปหาลูกหาเมียกันหมดแล้วและผมคงเซ็งเป็นบ้าถ้ามีเมียเหมือนชาวบ้านแต่ไม่ได้รีบกลับไปพบหน้าสุดที่รักอันที่จริงมันก็เคยมี...เมียที่ท้องกับชู้ก่อนจะหนีตามกันไปพร้อมหอบสมบัติผมไปด้วยเนี่ย

这个晚上我加班,因为预期的工作被改掉了。公司里的每个人都回家去找老婆孩子了,而我..如果我像普通人一样有妻子却不能马上回家见我最爱的人,可能会疯掉。事实上,我曾经也拥有过......怀了情人的孩子跟人跑了、还悄悄带走我的积蓄的妻子。

 

เมียเวรอย่างนี้ไม่มีเสียก็ได้เสียเวลาไปตั้งเจ็ดแปดปี

像这样罪恶的妻子不在了也好,浪费了我七八年时间。

 

 ไฟในบริษัทเหลือเพียงแค่บริเวณโต๊ะผมที่ส่องสว่างอยู่หลอดไฟฟลูออเรสเซนท์แขวนเรียงรายด้วยเส้นเหล็กแกร่ง

公司里的灯就只剩下我在的那个地方亮着,荧光灯的灯泡成排挂在钢绳上。

 

ผมเหลือบขึ้นมองมัน

我瞥了一眼。

 

หยิบเชือกเส้นหนึ่งมาขดเป็นบ่วงปีนเก้าอี้เพื่อพาดปลายเชือกให้คล้องกับเส้นเหล็กแกร่งที่ใช้แขวนหลอดไฟกะระยะให้บ่วงเชือกลอยอยู่สูงจากพื้นมากกว่าหนึ่งช่วงตัวก่อนขมวดให้มันเป็นปมแน่นหนามากพอที่จะไม่หลุดออกจากกัน

拿一根绳子绕成绳套,爬上椅子,把绳子的一端套住灯上的钢绳,让绳子悬在比一个人高的地方,把它系起来,打成不会散开的结。

 

หลังจากที่ทดสอบความแข็งแกร่งของเชือกเสร็จสรรพแล้วผมทำการมุดหัวตัวเองเข้ากับห่วงเชือกบ่วงเชือกคล้องได้พอดีกับลำคอจนพอใจ

在试过绳子是否结实后,我把脖子伸进绳套,绳子套在脖子上正合适。

 

เตะเก้าอี้ออกไป

踢开椅子。

 

ขาลอยจากพื้นปล่อยให้บ่วงเชือกทำหน้าที่ของมันเชือกเส้นหนารัดคอริดรอนอากาศหายใจร่างกายตะกุยตะกายไขว่คว้าอากาศเพื่อหวังมีชีวิตรอดตามกลไกเอาตัวรอดของมนุษย์แขนขาปะป่ายมั่วซั่วไร้ทิศทางขาผมอาจเตะโดนอะไรสักอย่างจนล้มเสียงดังโครมครามแต่ใครเล่าจะสนเมื่อทั้งตึกนี้มีแค่ผมอาศัยอยู่แค่คนเดียว

腿离开地面,任绳索完成它的任务。粗粗的绳子紧勒着脖子,削弱了我的呼吸。我的身体四处乱抓着空气,出于人的本能希望能够幸存下来。腿胡乱蹬着,踢到什么东西发出咚的一声。但谁会注意到呢,整栋楼只有我一个人住。

 

จนในที่สุดร่างกายก็จะแน่นิ่งเพราะขาดอากาศหายใจคอพับไปที่ไหล่สักข้างส่วนลำตัวห้อยโตงเตงหมุนไปมาโดยมีเชือกยึดลำคอไว้อยู่

最后,由于因缺氧而不省人事,脖子仰靠在肩上,身体随着脖子上的绳子晃来晃去。

 

พรุ่งนี้ถึงจะมีคนมาพบสภาพน่าอนาจของผม

明天会有人看到我悲惨的情形。

 

“พี่ยังไม่กลับเหรอครับ?”

“哥哥你还没回家去吗?”

 

ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์หันเก้าอี้ไปยังต้นเสียงปริศนาภาพตรงหน้าปรากฏเป็นชายหนุ่มที่ดูเด็กกว่าผมสวมเสื้อเชิร์ตตามกฏของบริษัทเพียงแต่ผมไม่รู้จักเขาจึงเอ่ยตอบมันไปพร้อมรอยยิ้ม

我从幻想中惊醒过来,把椅子转向声音传来的方向,面前出现的是一个比我年轻的小伙子,穿着公司的制服,可我不认识他,于是笑着回答他,

 

“ทำโอทีน่ะแล้วทางนั้นล่ะดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับ”

“加班呐,那你呢,为什么这么晚还不回去?”

 

“ผมก็ทำโอทีเหมือนกัน”

“我也在加班。”

 

“น่าเศร้าเป็นบ้าเลยว่ามั้ย”

“要伤心到疯了。”

 

“นั่นสิครับแต่ไม่เป็นไรหรอกผมไม่รีบกลับกรุงเทพตอนกลางคืนก็สวยดีด้วยกลับดึกๆรถจะได้ไม่ติดอีกต่างหาก”

“是啊,但没关系啦,我不急着回去,曼谷的晚上也很漂亮,晚点儿回去倒是不会堵车了。”

 

ไอ้คนเด็กกส่าที่ผมไม่รู้จักแม้แต่ชื่อตอบกลับพร้อมยิ้มร่าความคิดเชิงบวกของมันทำผมขนลุก

尽管我不认识这个年轻人,但我回以一笑,他积极的想法使我起了鸡皮疙瘩。

 

“แล้วไม่ไปทำงานต่อหรือไง”

“不去继续工作了吗?”

 

ผมถามคิดว่ามันน่าจะทำงานอยู่อีกห้องไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้มันมาเจอผมที่ห้องนี้

我问,想着他肯定在另一个房间工作,不知道是什么迷住心窍促使他来我这个房间。

 

“มาเดินเล่นหน่อยน่ะครับปวดคอกลัวผีด้วยดีนะเจอพี่พอดีมีคนอยู่เป็นเพื่อน”

“来走走,脖子疼,很怕鬼,遇到哥哥你正好,有人作伴。”

 

เจ้าตัวร่าเริงยังคงว่าเสียงใสพร้อมกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ

我很愉快,可能说话间还带着笑声。

 

“ทำถึงกี่โมงล่ะ”ผมว่าเอ่ยคล้ายไล่ให้มันกลับไปทำงานจะได้รีบๆกลับไปเสียที

“做到几点啊?”我说,似乎是赶他快回去工作。

 

“เรื่อยๆน่ะครับพี่ล่ะ”

“一直做,哥哥你呢?”

 

“...เรื่อยๆเหมือนกัน...”

“...一直做,一样...”

 

“งั้นผมเอางานมาทำข้างพี่ได้มั้ยกลัวผีอะแถมห้องพี่วิวสวยกว่าด้วย”

“那我把工作带过来在哥哥旁边做可以吗?我怕鬼啊,而且你办公室的景色更漂亮。”

 

“...”

 

“พี่ครับ?”

“哥?”

 

“ตามใจสิ”

“随你便。”

 

ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเพราะเหนื่อยที่ต้องปั้นยิ้มยิ่งพอคิดว่ามันจะมานั่งข้างๆผมอีกยิ่งเหนื่อยคิดว่าไอ้เด็กนี่คงแปลกใจที่จู่ๆผมก็เลิกยิ้มขึ้นมากูเหนื่อยจะตายอยู่แล้วที่จะต้องปั้นยิ้มทั้งวันเพราะงั้นตอนนี้กูขอเถอะเลิกงานแล้วก็ให้กูได้ทำสีหน้าตามใจบ้าง

我精疲力竭地叹了口气,心不在焉地回答他,因为疲于微笑。一想到他要来坐我旁边,我就觉得很累。我突然不笑了,我想那个小子可能觉得惊讶。整天笑着我快累死了,因此这个时候我希望,下班以后就让我的脸色遵从我的内心吧。

 

ไอ้ตัวเล็กวิ่งไปหยิบแล็ปท็อปมันมานั่งข้างๆพร้อมเอกสารทั้งหลายแหล่จากนั้นมันก็ชวนคุยไม่หยุดจนน่ารำคาญผมตอบบ้างไม่ตอบบ้างหนวกหูก็จริงแต่เสียงใสของมันคงเพราะกว่าความเงียบเพราะมันทำให้ผมอมยิ้มได้หน่อยๆเสียงเจื้อยแจ้วคล้ายเสียงนกในยามเช้าแต่กลับได้ฟังในตอนฟ้ามืดตลกดีเหมือนกัน

那小子拿着笔记本电脑跑过来坐我旁边,还带着几份文件。从坐下开始就不停引我和他聊天,令人烦躁。我时而答,时而不答。虽然真的很吵,但他的声音总比死寂悦耳动听。因为他让我有点想笑,他叽叽喳喳的声音就像早上的鸟儿,但是晚上听到一样很滑稽。

 

เรานั่งหลังขดหลังแข็งทำงานจนนาฬิกาชี้เวลาเที่ยงคืนกว่าผมเสร็จงานแล้วและเหมือนคนข้างๆเองก็เช่นกันเมื่อชั่วโมงก่อนมันไม่ได้แตะงานตัวเองต่อเอาแต่หมุนเก้าอี้เล่นชวนคุยเสียงดังเอิ้กอ้ากจนผมปวดหัว

我们伏案工作,直到时钟指向午夜十二点左右。我完成了工作,我旁边的人也一样,一个小时以前他就不再碰自己的工作了,只转着椅子玩,跟我说话的声音大到吵得我头疼。

 

“พี่เสร็จแล้วหรือ”

“哥哥,你做完了吗?”

 

“อืมกลับกัน”

“嗯,回去了。”

 

ผมว่าพร้อมบิดขี้เกียจสองสามทีให้พอหายเมื่อยน้ำเสียงราบเรียบและไม่มีรอยยิ้มเหมือนทุกทีถึงมันจะพูดมากแต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักอะไรที่มนุษย์ร่าเริงอย่างผมกลับมีสีหน้าซังกะตายเป็นเรื่องเดียวที่ไม่น่ารำคาญ

我说着,伸了两三次懒腰来消除疲劳,语气平平,没有像每一次那样带着微笑。尽管他还想说更多,但也没有在看到我神色勉强时再提什么,这是唯一一件不招人烦的事情。

 

“เดินเล่นริมแม่น้ำด้วยกันหน่อยมั้ยพี่”

“和我去河边散散步吗?”

 

“ไม่เอาอ่ะ”

“不了。”

 

“หน่าผ่อนคลายไง”

“呐,放松一下怎么样?”

 

ตอนนี้รถขนส่งหมดรอบแล้วและถ้าโบกแท็กซี่ตอนนี้จะราคาค่อนข้างแรงแต่เอาเถอะจะโบกตอนนี้หรืออีกสองชั่วโมงจากนี้ก็คงไม่ต่างกันนักหรอก

现在周围都没有什么车了,如果叫出租车要花很多钱,但还是叫吧,现在叫或是两个小时以后叫车可能没多大差别。

 

จึงตอบตกลงตามคำชวนของไอ้เด็กหน้าอ่อนนี่มันพาผมลัดเลาะไปตามทางมองเห็นตึกฝั่งตรงข้ามเปิดไฟยามค่ำคืนประปรายตอนกลางคืนทำให้ดูโดดเดี่ยวแต่สวยงามเมื่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ยามค่ำคืนเพื่อพักผ่อนทำให้ช่วงเวลาในตอนนี้เหมือนมีแค่ผมคนเดียวที่ครอบครองมัน

于是答应了面前这个小子的邀约,他带着我抄近道。看见对面的楼上零零星星地亮着灯,夜半时分,看起来孤零零的,但在这多数人的日常生活中用来睡觉的深夜里,显得很美,使得此刻的时光仅由我一人享有。

 

ถ้าไม่นับคนข้างๆน่ะนะ

如果不算上身旁的人的话。

 

ผมมองไปยังแม่น้ำที่เป็นสีดำสะท้อนผืนฟ้าที่มืดสนิทคลื่นแม่น้ำซัดเป็นระลอกตามแรงลมและคนข้างตัวยังคงพูดเจื้อยแจ้วอยู่อย่างนั้น

我看向黑黑的河流,映照着漆黑的天空,波浪随着风儿荡漾,身旁的人还在叽叽喳喳地说话。

 

ผมปีนข้ามราวกันตกกระโจนตัวออกจากพื้นดินตกลงสู่ผืนน้ำก่อนจะปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาร่างไปสายน้ำซัดสาดเข้าร่างกายกดทับให้ผมจมดิ่งลงไปใต้แม่น้ำมืดมิดและกว้างใหญ่ปลายเท้าไม่สามารถหาผืนดินให้ยึดยืนได้มือและขาผมอาจจะตะกายสู้แรงน้ำเล็กน้อยเพื่อไขว่คว้าอากาศหายใจเหนือผิวน้ำก่อนจะถูกคลื่นน้ำกลบและดันให้ตัวจมลงไปลึกกว่าเดิม

我跃过栏杆,从地上跳下去,掉入水里。在任由水流把我带走之前,流水拍打在我身上,压着我,沉没至漆黑而广阔的水下。脚尖触不到底,站不起来。在即将被水浪淹没,推向更深处之前,我的手和腿会微弱地挣扎,以抓住呼吸水面空气的机会。

 

ลึกลงลึกลงจนกระทั่งไร้เรี่ยวแรงต่อต้านสายน้ำเชี่ยวจากธรรมชาติ

越来越深,直至没有力气落入激流之下。

 

จมดิ่งสู่ผืนน้ำที่ไม่มีจุดสิ้นสุดสายน้ำเชี่ยวจะคอยกระชากอากาศหายใจของผมจนหมดและสุดท้ายผมจะกลายเป็นศพลอยอืดในวันต่อมา

沉没在无尽的水底,湍急的流水将我呼吸的空气夺得一干二净。最后,我会在第二天变成浮尸。

 

“พี่...อย่าโดดนะ...”

“哥哥…别跳啊…”

 

“...”

 

ผมคงจมอยู่กับความคิดตัวเองลึกไปหน่อยถึงได้ไม่รู้ตัวว่ามีมืออุ่นจับข้อแขนผมแน่นขาทั้งสองข้างของผมยังตรึงอยู่กับพื้นขอบฝั่งสายตาที่จับจ้องแม่น้ำก่อนหน้านี้เบนไปหาต้นเสียงใส

我可能沉浸在自己的幻想中,以至于我不知道有一只温暖的手紧紧抓着我的手臂,我的双腿还牢牢定在地上。注视着眼前河流的视线转去寻找声音的来源。

 

ผมยกยิ้ม

我笑了。

 

“ไม่ได้จะโดดสักหน่อยบ้าเหรอ”

“不可能跳的,疯啦。”

 

“สายตาพี่บอกอย่างนั้น”

“你的视线是那样告诉我的。”

 

“...บอกอะไร”

“…告诉什么?”

 

“...ทุกข์ใจสิ้นหวังเหมือนทุกคนรอว่าพี่จะล้มลงเมื่อไหร่ไม่มีใครที่พี่จะไว้ใจได้เลยแม้แต่รอยยิ้ม”

“…内心痛苦,绝望,不知道你什么时候就倒下了,尽管笑着,却没有谁能放在你心上。 ”

 

“...”

 

“พี่เป็นคนบอกผมอย่างนั้น”

“你告诉我的,你就是这样的人。”

 

“บอกตอนไหน”

“什么时候说的?”

 

“ตอนนี้...”

“现在…”

 

“...”

 

“และจากทุกวันที่ผมสังเกตพี่มา...พี่ยิ้มแต่ตาพี่ไม่ยิ้มตามเลยรู้ไหมมันเศร้าและว่างเปล่าจนผมเป็นห่วง”

“从我注意到你的每一天起……知道吗?你笑的时候眼里是没有笑的。我想你很难过,很寂寞。”

 

ผมถอนหายใจไม่รู้ว่าคนตรงหน้าลอบสังเกตผมตอนไหนจึงได้เอ่ยถาม

我叹了口气,不知道我面前的人什么时候偷偷注意到我,于是问道,

 

“...ต้องการอะไร

“…你要做什么呢?”

 

“…”

 

“ให้พี่มีชีวิตอยู่ต่อไป”

“让你继续活下去。”

 

“เพื่ออะไร?”

“为了什么?”

 

มีชีวิตอยู่เพื่ออะไรในเมื่อทุกวันผมตื่นขึ้นมาเพื่อภาวนาว่าตัวเองจะได้หลับไปตลอดกาลทุกครั้งแต่ในใจกลับกู่ร้องให้ฟังเด็กคนนี้เหตุผลในการมีชีวิตที่ผมเพียรหามาตลอดปีและไม่เคยเจอเลยสักวัน

活着是为了什么?每天醒来的时侯,我都在内心祈祷自己能一直睡下去。但是我的内心呼喊着让我听这个孩子的。我一年都在努力寻找活着的理由,却不曾找到。

 

“ไม่รู้สิ”คำตอบของมันทำให้ผมผิดหวัง

“不知道啊。”他的回答让我很失望。

 

 “...เพื่อเป็นวันพรุ่งนี้ให้ผมล่ะมั้ง”

“…为了给我明天吗?”

 

ก่อนจะบังเกิดความสงสัย

不禁怀疑。

 

“พรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริงเสียหน่อยพอตื่นมา...ก็กลายเป็นวันนี้แล้วอยากให้พี่เป็นคนที่ไม่มีอยู่จริงหรือ”

“明天一点儿也不真实,一醒来……就会变成今天了 想让我变成不真实的人吗?”

 

“ตอนนี้ก็ไม่มีอยู่จริงเหมือนกันถ้ามองปัจจุบันเป็นวินาทีตอนนี้ก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว”

“现在也一样,不是真实的。如果把现在看作秒,现在也就变成了过去了。”

 

“...”

 

“พรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริงตอนนี้ไม่มีอยู่จริงแต่อดีตมีอยู่จริงอดีตอาจจะทำร้ายพี่แต่อดีตของพี่ช่วยผมไว้...”

“今天不是真实存在的,现在不是真实存在的,但是过去是真实存在的。过去可能对你残忍,但你的过去帮助着我……”

 

“ยังไง”

“怎样?”

 

"อดีตของพี่ทำให้ผมมีวันพรุ่งนี้”มันยิ้มเจิดจ้าเสียจนนึกว่าเป็นตอนเช้าสดสว่างกว่าพระจันทร์หรือดวงดาวดวงไหนในค่ำคืนนี้

“ 你的过去让我拥有了明天。 ”他笑了,灿烂得像早晨一样,比夜晚的月亮和星星还要亮。

 

“พี่ทำให้วันพรุ่งนี้ของผมมีอยู่จริงเพราะวันพรุ่งนี้ของผมคือพี่”

“你使得我的明天变得真实,因为我的明天就是你。”

 

“...”

 

“เพราะงั้น...อย่ากลายเป็นอดีตของผมเลยนะ”

“因为那样……想要变成我的过去啊。”

 

“พี่ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม...”

“我不知道为什么要继续下去……”

 

“แค่อยู่เพื่อหาวันพรุ่งนี้ของพี่ให้เจอไง”

“只是为了如何寻觅你的明天。”

 

“พรุ่งนี้ก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ”

“明天也像平日一样。”

 

“ไม่เหมือนหรอกเพราะพรุ่งนี้ของพี่จะมีผม”

“不一样啦,因为你的明天将会有我。”

 

จบคำตอบพร้อมรอยยิ้มสายลมเย็นเยียบยามค่ำคืนพัดผ่านตัวผมพร้อมละอองน้ำจากริมแม่น้ำ

笑着结束谈话。月光下凛冽的风将河畔的水雾吹到我的身上。

 

“วันนี้พี่อาจจะยังไม่มีความสุขแต่ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจจะมีก็ได้”

“今天你还没拥有幸福,但说不定哦,明天也许会得到。”

 

“...ความสุขคืออะไร”

“……幸福是什么?”

 

"ไม่รู้สิพี่ก็ต้องลองหาดู"

“不知道了,你也要试着找找看。”

 

"แล้วจะเจอได้ยังไง"

“怎么才能遇见呢?”

 

"ได้สิผมยังเจอพี่เลย"

“可以的,我都能见到哥哥你啊。”

 

"..."

 

“ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวผมจะทำให้ดู”

“如果不相信,我会做给你看。”

 

ผมจำไม่ได้หรอกว่าเคยไปทำอะไรให้มันไว้เหมือนกับที่ใครต่อใครก็ไม่รู้ว่าเคยทำอะไรให้ผมจะอย่างไรเสียก็ไม่สำคัญเท่ากับที่มันทำให้ผมเชื่อว่าอยากลองค้นหาวันพรุ่งนี้ของตัวเองดู

我记不起曾经为他做过什么,就像别人也不曾对我做过什么一样,怎么也比不上他让我坚信要试着去找寻自己的明天来得重要。

 

ในที่สุดสองเท้าผมก็ก้าวออกจากยอดตึกสูงครานี้ไม่มีใครห้ามหรือฉุดรั้งผมได้อีกต่อไประดับความสูงทำให้ผมโบยบินได้ดั่งนกเพียงชั่วเดียวก่อนจะแหวกว่ายกรีดอากาศตกกระแทกลงมาร่างกายบดขยี้กับพื้นถนนจนใบหน้าแหลกเละเครื่องในและสมองกระจายเกลื่อนเต็มพื้นพร้อมด้วยน้ำเลือดที่เจิ่งนองย้อมถนนที่ให้เป็นสีแดง

最后,我的脚从高楼上迈出。这一次再没人阻止或拉住我。在我穿过气流,掉下来撞到地面之前,这个高度让我在这段时间里像只鸟一样遨翔。身体摔到路上,脸破碎不堪,内脏和脑子四散开来,血液流淌染红了道路。

 

วันนี้ของผมจบลงแล้วและจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป

我的今天结束了,将不再拥有明天。

 

ชื่อของผมจะจารึกเป็นอดีตและหายไปจากความทรงจำของใครต่อใครในที่สุด

我的名字将会记载成为过往,最后从人们的记忆中消失。

 

...

 

“พี่เช้าแล้ว”

“哥哥,早上啦。”

 

ผมเปิดเปลือกตาลืมตาตื่นเมื่อแสงอาทิตย์แยงเข้าตาเต็มๆพร้อมกับเสียงใสของใครบางคนเอ่ยเรียกผมวันนี้ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกน่ารำคาญและไม่ได้นอนเหม่อมองเพดานห้องอย่างไร้ค่าอีกแล้ว

我抬抬眼皮,当阳光照到眼睛时睁开睡眼,同时听到不知道是谁在喊我的声音,今天没有恼人钟声响起,也不再无意义地躺着看房间的天花板了。

 

เมื่อผมชันตัวลุกขึ้นสบตากับคนในห้องที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่ขาดสายรอยยิ้มเจิดจ้าแข่งกับแสงอาทิตย์ยังคงส่งมาให้ผมมือเล็กๆนั่นรวบผ้าม่านขึ้นเพื่อให้แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาในห้องอย่างโจ่งแจ้งไม่ต้องแอบเล็ดลอดลักเข้ามาเหมือนวันก่อนๆ

当我直起身来,和不断发出叽叽喳喳的声音的人对视一眼,在阳光照耀下,绽放出灿烂的笑容。那小小的手拢起窗帘,让早晨的阳光完全照进房间里,不必像往日一样偷偷透进来。

 

ผมอมยิ้มส่งให้เขาเอ่ยทักทายยามเช้า

我向他笑笑,开口向早晨问好。

 

สวัสดีวันพรุ่งนี้

你好,明天。 

 

Don’t kick the chair

别踢开椅子了(别自寻短见)。

 

It’s gonna get better

一切都会变得更好。

 

You could be better all by yourself

你只会通过你自己变得更好。


 ; )

 

...End...

 


原作者:Raccool 

翻译:小栗子(实习)

校对:大文


友情链接